วิธีการเลือกซื้อโทรศัพท์ให้เกิดคุณค่าแก่ตนเอง

วิธีเลือกซื้อสมาทโฟน

สวัสดีครับ บทความนี้จะมาเสนอเกร็ดเล็กน้อยสำหรับผู้ที่มองหาสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ ไม่ว่าจะเป็นคนที่เคยใช้แล้วหรือยังไม่เคยใช้
บางคนเลือกซื้อเครื่องที่ไม่เหมาะกับตนเอง ทำให้เกิดปัญหาการใช้งาน จึงมีบางคนรู้สึกไม่พอใจเครื่องตนเองทันทีที่เจอรุ่นใหม่ๆออกมาวางขาย

ทีนี้เรามาลองดูกันครับว่า ถ้าเราต้องการจะซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่องให้ใช้ได้นานๆ โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่เราจะเลือกอย่างไรดีนะ
บางคนอาจเลือกตามกระแสนิยม หรือเลือกโดยที่ยังไม่ศึกษามาก่อนหน้า อาจทำให้เกิดความผิดพลาดหลังจากซื้อมาแล้วก็เป็นได้
เพราะการถามคำถามกับพนักงานขายนั้น จริงๆก็ไม่อยากแนะนำเท่าไรครับ

ลักษณะการใช้งาน

ก่อนอื่นเราเองในฐานะผู้ที่กำลังจะเลือกซื้อโทรศัพท์ เราต้องคำนึงถึงลักษณะการใช้งานของเรา
เราใช้งานแบบไหน ในหนึ่งวันใช้ APP อะไรบ้าง ได้ใช้อะไรที่พิเศษๆ ที่โทรศัพท์รุ่นนั้นๆนำเสนอหรือไม่
แล้วในอนาคต เราจะสามารถใช้งานโทรศํพท์รุ่นนั้นๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือเปล่า

ในปัจจุบันนี้ การตลาดของบริษัทที่นำเข้าโทรศํพท์ชั้นนำ เกิดการแข่งขันที่สูง
แต่ละค่ายได้ขนขบวนสินค้านำมาเสนอขายเต็มที่
ผู้บริโภคอย่างเราก็ต้องนั่งกุมขมับว่าจะเลือกแบบไหนดีถึงจะเหมาะกับตนเอง
ต่อให้ซื้อในรุ่นที่ดูเป็นตัวท๊อป สุดท้ายการใช้งานบางคนก็ทำได้เหมือนกับรุ่น 8000 บาท อันนั้นก็หาใช่เรื่องเนอะ
เพราะแอพที่ฮิตๆกันก็สามารถเล่นได้ในโทรศํพท์รุ่นใหม่ๆแล้ว ใยเล่าเราจะเลือกยาก
แต่ถ้าอยากได้แรงๆของแพงคงต้องพิจารณากันต่อไปนะครับ
ทรัพย์ของใครก็ของคนนั้น มีทรัพย์เยอะก็จ่ายไหว คนมีน้อยต้องคอยมีสตินะครับ

งบประมาณการจ่ายเงิน

เป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียวในการใช้ปัจจัยในการจ่ายเงินซื้อความสุข
ปัจจุบัน โทรศํพท์แบ่งราคาออกเป็นระดับต่างๆเพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อครับ

รุ่นประหยัด ราคาจะอยู่ที่ไม่เกิน 3900 บาท ( อีก 100 ยังเก็บทอนได้นะ )
สเป็คนี้เหมาะกับการโทรเข้าออก ซึ่งมันก็โทรเข้าออกได้อยู่ละ -0-
โดยการใช้งานเป็นการใช้งานทั่วไป ที่ยังไม่ครอบคลุม
ลักษณะขนาดของจอจะดูเล็ก เชื่อว่าไม่ตอบโจทย์วันรุ่นสมัยใหม่แน่นอน
จึงเหมาะกับคนที่เก็บไว้ใช้ไปเรื่อยๆ ไม่ได้เล่นอะไรมาก แชทได้ก็พอแล้ว

รุ่นระดับกลาง ราคาจะอัพตัวเองขึ้นมาหน่อย อยู่ที่ 4000 – 9000
โดยราคานี้การใช้งานเป็นระดับที่สามารถใช้งานได้ดีเลยทีเดียวสำหรับคนที่งบพอประมาณ
ถ้าเทียบกับรุ่นแรก แน่นอนว่าใช้ได้ดีกว่า มีฟีเจอร์ที่มากกว่า ทั้งเรื่องกล้อง หน้าจอ และฟังก์ชั่นโดยรวม

รุ่นระดับสูง ราคาจะขึ้นมาอยู่ที่ราคา 9900 – 16900
เป็นรุ่นที่มีความสามารถสูงขึ้น ฮาร์ดแวร์ตัวเครื่องอยู่ในระดับความต้องการ
ความละเอียดของกล้องหน้าและหลังพัฒนาขึ้นจากรุ่นเดิม
มีความเปลี่ยนแปลงในหลายๆส่วน รองรับการใช้งานที่มากขึ้น ระยะการใช้งานที่อยู่ได้ขั้นต่ำก็ 1 ปี
ถ้าไม่พังเองเสียก่อน 😀 ถนอมหน่อยก็จะอยู่ได้เกิน 2 ปีเลยนะ อย่าไปกังวล

ระดับสูง ( เขาว่ากันงั้น ) 17000+ จนถึงเท่าไรไม่รู้ได้
เป็นรุ่นที่มีราคาแพงตามมากขึ้นครับ แต่แน่นอน ระบบฟังก์ชั่น ลูกเล่นต่างๆ การนำเสนอย่อมเป็นไปได้ดีมาก
ของแพงมักจะยัดฮาร์ดแวร์ให้ดีไว้ก่อน
แต่วันนี้แพง วันหน้าก็ลดราคาได้ ดังนั้นอย่าไปนอยด์ เพราะมันไม่ได้หยุดพัฒนาเพียงเท่านี้

หาข้อมูลและสเปคเบื้องต้น

การเลือกซื้อโทรศัพท์สักรุ่น ยุ่งยากกว่าหาคู่เสียอีก เพราะเราต้องนั่งดูสเปคของเครื่องที่น่าสนใจ
และรุ่นอื่นที่ดูน่าสนใจ ในระดับเดียวกัน การเลือกสเปคเครื่องเบื้องต้นที่คนส่วนใหญ่พึงเลือกไว้มีดังนี้

แบรนด์
จะว่าแบรนด์เป็นปัจจัยหลักเลยก็ว่าได้ บางคนให้เป็นปัจจัยรอง เพราะการเลือกต้องดูองค์โดยรวม
บางยี่ห้อทำออกมาดี แต่ไม่มีกระแสคนก็ไม่สนใจ บางรุ่นทำมาแบบปกติ แต่แบรนด์เป็นตัวกระตุ้นและการตลาดที่ดี
จึงไม่แปลกที่จะเกิดความนิยมของคนกลุ่มหนึ่ง

หน้าจอ
ขนาดของหน้าจอมีความสำคัญอย่างมากในการใช้งาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหน้าจอใหญ่จะดีเสมอไป
การซื้อรุ่นที่มีขนาดหน้าจอพอเหมาะกับมือตัวเองก็ทำให้เกิดความสะดวกกว่าการซื้อรุ่นที่มาขนาดหน้าจอเล็กเกินไปหรือใหญ่จนเกินไป
หน้าจอเล็กดูยาก กดยาก หน้าจอใหญ่ดูง่าย จับยาก พกพาลำบากเลยทีเดียว แต่ก็อยู่ที่ความชอบ

วัสดุตัวเครื่อง
โทรศํพท์หลายรุ่นออกแบบมามากมาย วัสดุมีทั้งอลูมิเนียม พลาสติก และกระจก
อยู่ที่ความชอบ วัสดุตัวเครื่องจึงเป็นอีก 1 องค์ประกอบที่เป็นตัวเลือก

ชิพประมวลผล
ปัจจุบันชิพประมวลผลนับเป็นอีกตัวเลือกของคนที่อยากได้ของแรง ต้องการของที่ดี มีกระแส
เชื่อว่าคนส่วนใหญ๋ก็ไม่ได้คิดมากกับตัวชิพประมวลผลเท่าไรนัก

แรม
ปัจจุบันนี้โทรศัพท์จะใส่แรมมาให้กับตัวโทรศัพท์ ขั้นต่ำคือ 512Mb ทำให้การใช้งานเป็นไปได้อีกอยู่ในระดับหนึ่ง
แต่ที่แนะนำอยากให้หารุ่นที่มีแรมขั้นต่ำ 1Gb เพราะการทำงานจะดีกว่า เพราะแค่ APP FACEBOOK ตัวเดียวก็ซดแรมจะหมดแล้วจริงๆ

ความจุของพื้นที่
ถึงแม้ว่าจะมีการเพิ่มช่อง SD CARD ก็ไม่สามารถสร้างความพึงพอใจได้เท่าความจุของตัวเครื่องที่มีเยอะๆ
ผู้ใช้บางกลุ่มมักไม่พอใจที่ต้องย้ายแอพหรือเก็บข้อมูลลงเมมโมรี่ภายนอก ทำให้เครื่องต้องมีการอ่านเขียน
หากรุ่นนั้นมีการอ่านเขียนตัวเมมไม่ดีพอ ก็จะเห็นผลได้ว่ามีความช้าให้ได้สงเกตุกันในระดับหนึ่ง

กล้อง
ห้ามไม่ได้เลยจริงๆกับคนที่ชอบการถ่ายรูปด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ หลายค่ายจึงนำจุดขายนี้มาใส่ในโทรศัพท์
ทำให้คุณภาพของกล้องหลังถูกพัฒนาเป็นอย่างมาก โดยกล้องหน้าก็เป็นอีกตัวเลือกที่ทำให้คนสนใจ
ยิ่งเป็นกล้องหน้าีท่มีความละเอียดมากขึ้น ให้ความชัดด้วยแล้ว จะเป็นอีก 1 ตัวเลือกได้เลย

เป็นต้น

สุดท้าย การเลือกซื้อโทรศัพท์ ไม่จำเป็นต้องตามเทรนด์ เพราะเราตามไม่ทัน เดี๋ยวมันก็ออกมาใหม่
คนที่เสียเปรียบคือผู้ใช้เราเอง การพัฒนาเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ดี ถ้าหากมีการวางแผนให้เหมาะสมกับตนเอง
บทความนี้อยากให้ผู้ใช้งานได้มีโอกาสเลือกมากขึ้น เพราะไม่ว่าเราจะซื้อรุ่นที่ใหม่หรือแพงแค่ไหน
เราอาจใช้งานได้แค่ความสามารถของเราเองเท่านั้น

ขอให้มีความสุขกับสมาร์ทโฟน และใช้ให้เกิดประโยชน์กับมูลค่าที่ต้องจ่ายไปนะครับ

สวัสดีครับ

15541

Facebook Comments

ชอบทความกดแชร์เป็นกำลังใจนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *